Absolute Health : Integrative Medicine
HomeAbout AHTherapy & TreatmentPromotionse-News & Event
Language Thai Language English Language
 
 
 
 
เบาหวานขึ้นตา (Diabetic Retinopathy)
รู้จักอัลไซเมอร์ โรคสมองเสื่อม
ไขแนวทางในการรักษาโรคมะเร็ง
การฝังไหมทองคำ กับการรักษาโรคเรื้อรัง Dermaureas Biomedical Gold Wire (DBGW)
อาการอ่อนเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุ
คีเลชั่นบำบัดปลอดภัย และใช้บำบัดรักษาผู้ป่วยได้จริง
ทางเลือกสำหรับผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม
โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune disease)
การรักษาอาการปวดในแบบการแพทย์บูรณาการ ไม่ต้องทานยา ไม่ต้องผ่าตัด
การดีท๊อกซ์ที่ตับ (Liver Detox)
วิธีรับมือภยันตรายจากสารพิษรอบตัว
ความจริงเกี่ยวกับโรคเบาหวาน และการดูแลรักษา
สเต็มเซลล์ (Stem Cell) คืออะไร?
ปัญหาวัยทอง รักษาและฟื้นฟูได้
ผู้ร้ายที่แท้จริง
สารพิษโลหะหนัก ออกฤทธิ์อย่างไรต่อร่างกาย
การตรวจยีนเพื่อค้นหาโรคทางพันธุกรรม
ภาวะการอักเสบในร่างกายเกิดขึ้นได้อย่างไร
20 วิธี การป้องกันโรคมะเร็งที่ควรรู้
โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune disease)
เทคโนโลยี Medicinal Respiratory Air ได้รับรางวัลในนครรัฐดูไบ
โรคเบาหวาน
Fine Thread Lifting ร้อยไหมยกกระชับใบหน้า
ไฮโปไทรอยด์ (Hypothyroidism) ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำ รักษาอย่างไร
ดุลยภาพบำบัดเพื่อชีวิต
มาชะลอความเสื่อมด้วยสารอาหาร
คุณรู้ไหม ...โฮโมซีสเทอีน ตัวการร้ายก่อให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือดและอัมพาต
การฟื้นฟูเซลล์ รักษาโรคความเสื่อม และการชะลอวัย
ไคโรแพรคติกคืออะไร
สาเหตุการเกิดมะเร็ง
อาหารต้านมะเร็ง
รักษาเนื้องอก...ก่อนลุกลามเป็นมะเร็ง
“Gene Test” ตรวจยีนส์ก่อนสาย...ป้องกันก่อนกลายพันธุ์
ย้อนรอย...การเกิดโรคมะเร็ง
สู้กับมะเร็งด้วยการแพทย์บูรณาการ
โรคสมองเสื่อม
ภาวะกระดูกพรุน
วัยทอง สมองเพชร
มองเบาหวาน แบบบูรณาการ
มาตรวจหาอนุมูลอิสระในร่างกายกันเถอะ
เสริมภูมิต้านทานโรค ด้วยการแพทย์ผสมผสาน
คีเลชั่น ศาสตร์กำมะลอ หรืออีกทางเลือก กับการแก้ไขปัญหาหลอดเลือดอุดตัน
ตรวจยีนได้ประโยชน์จริงหรือ
เมื่อไรจึงควรเปลี่ยนวิธีการรักษา..ภูมิแพ้
โรคร้ายที่มากับสารพิษ
แนะนำหนุ่มสาววัยทำงาน ดูแลสุขภาพป้องกันสารก่อมะเร็ง
มะเร็งกับ Cytoplasmic Therapy
ดูแลชีวิตง่ายๆในวัยทำงาน
เสื่อม... ซ่อมได้
เจ็บอก... เจ็บใจ สัญญานเตือนภัยที่ต้องรู้
เบาหวาน... นับวันจะกลายเป็นโรคยอดฮิต
ภาวะความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด
คีเลชั่น, บอกลาบายพาส
ภูมิไวเกินกับการรักษาแนวบูรณาการ
ภูมิแพ้ หายได้จริงหรือ
โรคมะเร็งกับการรักษาในแนวบูรณาการ
โรคข้อเข่า ....ถ้าไม่อยากผ่าตัด ทำอย่างไร
 
ปัญหาวัยทอง รักษาและฟื้นฟูได้
 

เมื่อพูดถึงคำว่า “วัยทอง” คนทั่วไปอาจจะเข้าใจว่า หมายถึง ผู้หญิงที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน แต่ผู้ชายก็ต้องก้าวสู่วัยทองเช่นเดียวกัน เมื่อฮอร์โมนเพศชายหรือเทสโทสเทอโรนลดลง ซึ่งในทางการแพทย์เรียกผู้ชายวัยทองว่า“แอนโดรพอส” (Andropause)

สัญญาณเตือนภัยผู้ชายวัยทอง
ตามปกติชายวัย 40 ปีขึ้นไปจะมีระดับฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนลดลงประมาณปีละ 1 % โดยจะลดลงไปเรื่อยๆ แต่ไม่มีการหยุดทำงาน ซึ่งแตกต่างจากวัยทองในเพศหญิงที่รังไข่จะหยุดผลิตฮอร์โมนเพศหญิงโดยสิ้นเชิง ดังนั้นอาการผิดปกติต่างๆ ที่เกิดในชายวัยทองจึงไม่ชัดเจนและรุนแรงเหมือนกับสตรีวัยทอง และหากว่ามีการรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ แม้จะย่างเข้าสู่วัย 80 ผู้ชายก็อาจจะยังมีฮอร์โมนเพศและมีสุขภาพที่ดีอยู่ได้ อย่างไรก็ดี สำหรับคุณผู้ชายที่ย่างเข้าสู่วัยทอง ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 40-52 ปี ก็อาจจะมีสัญญาณเตือนภัยให้สังเกตกันดังต่อไปนี้

ด้านร่างกาย เช่น อ่อนเพลียง่าย ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาเช้าและตอนกลางคืน กล้ามเนื้อที่เคยฟิตเริ่มลดขนาดลง อ้วนลงพุง และภาวะกระดูกพรุน

ด้านสติปัญญาและอารมณ์ เช่น มีอาการกระสับกระส่าย หงุดหงิดง่าย เฉื่อยชา ซึมเศร้า สมาธิลดลง ความจำระยะสั้นถดถอย

ด้านระบบไหลเวียนโลหิต อาจจะมีอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกมาก ชีพจรเต้นเร็ว

ด้านจิตใจและเพศสัมพันธ์ เช่น มีอาการนอนไม่หลับ ความสนใจทางเพศลดลง อวัยวะเพศไม่แข็งตัว และการหลั่งน้ำอสุจิลดลง ทั้งปริมาณและความถี่

ปัจจัยที่เป็นตัวเร่งสำหรับผู้ชายวัยทอง
นอกจากอายุ ซึ่งเป็นปัจจัยธรรมชาติที่ทำให้ฮอร์โมนเพศชายลดลงแล้ว ยังมีสภาวะบางอย่างที่เป็นตัวเร่งให้ผู้ชายเข้าสู่วัยทองเร็วกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหนักการพักผ่อนน้อย ความเครียด ความวิตกกังวล การดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการสูบบุหรี่และโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูง แต่ในอีกด้านหนึ่งการใช้ชีวิตที่ถูกต้องและการดูแลร่างกายที่ดี ก็จะมีส่วนช่วยชะลอเวลา หรือชะลอปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากภาวะผู้ชายวัยทองได้ ฉะนั้นจึงควรดำเนินชีวิตอย่างสมดุล ด้วยการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6 - 8 ชั่วโมง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ถูกต้องตามหลักโภชนาการ โดยควรลดอาหารประเภทไขมัน และควรรับประทานพืชผักและผลไม้มากขึ้น โดยเฉพาะมะเขือเทศ เนื่องจากมีสารไลโคปีน ซึ่งสามารถต้านโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ที่สามารถเกิดขึ้นกับผู้ชายวัยทองโดยทั่วไปได้ นอกจากนี้ ยังควรมองโลกในแง่ดี ลดความเครียด ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่ต้องเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล รวมถึงงดสูบบุหรี่และดื่มเหล้า

ปัญหาของสตรีวัยทอง
สตรีวัยทองหรือสตรีวัยหมดประจำเดือน หมายถึงสตรีที่อยู่ในภาวะสิ้นสุดของการมีประจำเดือน เนื่องจากรังไข่หยุดทำงานจึงมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจ โดยมีสาเหตุเนื่องมาจากฮอร์โมนเพศ คือ ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen hormone) การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เกิดจากสาเหตุของการเป็นโรค แต่เป็นการหยุดของรอบเดือน การลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและสตรีวัยทองหรือสตรีวัยหมดประจำเดือน หมายถึงสตรีที่อยู่ในภาวะสิ้นสุดของการมีประจำเดือน เนื่องจากรังไข่หยุดทำงานจึงมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจ โดยมีสาเหตุเนื่องมาจากฮอร์โมนเพศ คือ ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen hormone) การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เกิดจากสาเหตุของการเป็นโรค แต่เป็นการหยุดของรอบเดือน การลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยปกติแล้วจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงในช่วงอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป ในสตรีวัยทองเมื่อรังไข่หยุดทำงาน ผลก็จะไม่มีการตกไข่อีกต่อไป สิ่งที่ตามมาก็คือ จะไม่มีประจำเดือนและไม่มีการสร้างฮอร์โมนเพศ จึงทำให้อวัยวะต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์กับระดับฮอร์โมนเพศเสื่อมถอยลง ทำให้มีผลต่อการแสดงออกทั้งทางกาย และจิตใจแปรปรวนไปจากเดิมได้ ผลที่มีต่อระบบต่างๆ เช่น

ผลทางด้านร่างกาย
  • จะทำให้ผนังบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตได้ไม่ดี หรืออาจทำให้ประจำเดือนมามากผิดปกติ หรือขาดหายไปได้หลายๆ เดือน บางรายอาจมีอาการเลือดออกผิดปกติได้ พบว่าประมาณร้อยละ 50-70 ของวัยนี้ จะเกิดอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกตอนกลางคืนหรือเวลาหลับ และส่วนใหญ่รู้สึกว่าอาการที่กล่าวนี้ ค่อนข้างน่ารำคาญเพราะทำให้ ตกใจตื่น จึงทำให้นอนหลับได้ไม่เต็มที่ หลับไม่สนิท ส่งผลให้ปวดศีรษะตามมา
 
  • ต่อมที่สร้างเมือกที่หล่อเลี้ยงช่องคลอดลดลง ทำให้ช่องคลอดรู้สึกแห้งและเจ็บในขณะมีเพศสัมพันธ์

  • เกิดปัญหาการนอนไม่หลับ จนอาจทำให้เกิดภาวะความวิตกกังวล เครียด หงุดหงิดและอารมณ์แปรปรวน

  • ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของระดับไขมันในกระแสเลือด โดยมีการศึกษาพบว่า ระดับของคลอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ และ LDL (low density lipoprotein) จะเพิ่มขึ้น ในขณะที่คลอเลสเตอรอลดี (เป็นประโยชน์) ที่เรียกว่า HDL (high densitylipoprotein) ลดลง เหตุนี้เองจึงทำให้สตรีวัยทองมีอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันได้สูงกว่าปกติถึง 7 เท่า

  • สตรีที่หมดประจำเดือนใหม่ๆ จะมีผลทำให้ความหนาแน่นของเนื้อกระดูกลดลงอย่างรวดเร็วในช่วง 5 ปีแรก ดังนั้นการขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนจึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนซึ่งจะทำให้เกิดอาการกระดูกหักหรือกระดูกแตกได้ง่าย
ผลทางด้านจิตใจ
  • ก่อให้เกิดความวิตก กังวล ความกลัว หงุดหงิด อารมณ์ฉุนเฉียว ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง หวาดระแวง และไม่สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้

แนวทางการรักษาและการแก้ไข
โดยทั่วไปมักให้ฮอร์โมนทดแทน เพื่อให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายกลับมาเทียบเท่ากับตอนอายุ 25-35 ปี แต่การใช้ฮอร์โมนจากภายนอก ไม่ว่า เอสโตรเจน โปรเจสเตอโรน หรือฮอร์โมนหนุ่มสาว ก็มีผลเสียและมีอันตรายตามมาเช่นกัน และก็มีข้อห้ามใช้เกิน 5 ปีกำกับอยู่ ด้วยพบว่าผู้ใช้ฮอร์โมนสังเคราะห์เป็นประจำ มีแนวโน้มก่อเกิดมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก หรือมะเร็งลำไส้ได้สูง

ทางการแพทย์บูรณาการ ใช้วิธีการฟื้นฟูด้วยวิธีการที่ปลอดภัย คือ การซ่อมบำรุงอวัยวะ ฟื้นฟูเซลล์ผู้สร้างฮอร์โมนให้ฟื้นคืนกลับมาสร้างฮอร์โมนได้ตามธรรมชาติอีก ทั้งการเสริมสร้างภูมิต้านทาน การล้างสารพิษออกจากร่างกายออกจากหลอดเลือด การเสริมด้วยวิตามิน แร่ธาตุที่จำเป็น เช่น โคลีน, วิตามินบี, CoQ10, กรดไลโปอิค, แคลเซียม, แมกนีเซียม, น้ำมันปลา

การใช้เซลล์ซ่อมเซลล์ช่วยในการแก้ไข อาการที่เกิดจากภาวะวัยทอง โดยเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เช่น ใช้เซลล์สมอง เซลล์ต่อมใต้สมอง ซ่อมแซมและฟื้นฟูสมอง จะช่วยทำให้ต่อมใต้สมองสามารถสร้างฮอร์โมน กระตุ้นรังไข่ หรืออัณฑะ ให้สร้างฮอร์โมนเพศใช้เซลล์รังไข่หรืออัณฑะ ในการซ่อมอวัยวะเป้าหมายให้สามารถทำงานและยืดอายุการผลิตฮอร์โมนเพศได้ โดยไม่ก่อความเสี่ยง เหมือนกรณีใช้ฮอร์โมนสังเคราะห์จากภายนอก ต่อมใต้สมองยังสร้างฮอร์โมนกระตุ้น ต่อมไทรอยด์ พาราไทรอยด์ ต่อมหมวกไต อีกด้วย เซลล์ไพเนียล ซ่อมบำรุงต่อมไพเนียลให้สามารถหลั่งสารสร้างความสุข ซีโรโทนิน และเมลาโทนิน ช่วยให้หลับลึกและยาวนานขึ้นตื่นขึ้นด้วยความกระปรี้กระเปร่า

หลักการรักษาแบบเซลล์ซ่อมเซลล์เป็นการรักษาแก้ไขที่ต้นเหตุ ช่วยซ่อมแซมเซลล์ของร่างกายให้ทำงานได้ดีอย่างเดิม โดยการฉีดออร์แกโนเปปไทด์เข้าสู่ร่างกาย คือ เปปไทด์จากไซโตพลาสซึ่ม (Cytoplasm) ที่ยังคงลักษณะทางชีวภาพ (Bioavailability) ซึ่งแยกสกัดมาจากเซลล์ที่ยังเป็นตัวอ่อน ถูกเลี้ยงไว้อย่างดีปลอดเชื้อโรคไม่มีสารพิษ โดยการใช้กรดย่อยผนังเซลล์ (Cell Membrane) ภายใต้ความเย็นสูง พร้อมกับการแยกนิวเคลียสของเซลล์ออกไป สารที่ได้เมื่อนำไปฉีดเข้าสู่ร่างกายจะมีความจำเพาะเจาะจงต่อเซลล์ดั้งเดิม ทำให้การทำงานเซลล์กลับสู่ภาวะปกติมีผลทำให้อวัยวะนั้นทำงานได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม การรักษาย่อมไม่ดีไปกว่าการป้องกันหรือการยืดเวลาแห่งความเป็นหนุ่มเป็นสาวออกไปให้นานที่สุดด้วยหลักการทางธรรมชาติ ดังนี้
  • ดำเนินชีวิตอย่างมีวินัย ด้วยการพักผ่อนอย่างเพียงพอ ควรนอนแต่หัวค่ำ เพราะฮอร์โมนเพศชายถูกสร้างในเวลากลางคืน
  • งดบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีผลต่อร่างกายในทุกๆ ระบบ
  • กินอาหารที่มีประโยชน์ ลดอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล และไขมัน
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ และลดความเครียด
ทั้งนี้เพื่อความเป็นหนุ่มเป็นสาวจะได้อยู่คู่กับคุณได้ยาวนาน


...........................................................................................................
ปัญหาวัยทอง รักษาและฟื้นฟูได้ | Word 26.4 KB
 
Next   Back to Top
 
  Absolute Health Fanpage   Follow @AHCclinic   Absolute Health on YouTube  
 
แอ็บโซลูท เฮลธ์ คลินิค
53 ชั้น 3 (อาคาร Urbis โรงแรม ดิ เอทัส บางกอก)
ซอยร่วมฤดี ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

Copyright © 2008-2014  Absolute-Health.org